สล็อตฟรีเครดิตไม่ต้องฝากเงิน

รู้หรือยังออกกำลังกายช่วงไหนเวิร์คสุด? สล็อตฟรีเครดิตไม่ต้องฝากเงิน จะมานำเสนอการออกกำลังกายช่วงเวลาที่เหมาะสมกันนะ

สำหรับสาวๆ ที่อยากสวย ผอม หุ่นดี มีสัดส่วนที่สวยงาม อยากออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ (อยากเฉยๆ นะ) และมักจะพูดว่า “เดี๋ยวเย็นนี้จะกลับบ้านไปออกกำลังกายแต่ไม่เคยได้ทำติดนั้นติดนี่ จนไม่ได้ออกสักที

ข้ออ้างเยอะขนาดนี้ ลองมาอ่านกันหน่อยว่าเหตุผลข้อเท็จจริงในการออกกำลังกายแต่ละช่วงเวลาเป็นยังไง จะได้รู้ๆ กันไปเลย!

  1. การออกกำลังกายตอนเช้า

ช่วงเวลาเช้า หรือหลังตื่นนอน เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากการพักผ่อน ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอต่อการออกกำลังกาย และควรอบอุ่นร่างกายให้นานกว่าการออกกำลังกายในช่วงเวลาอื่นอย่างน้อย 10 – 15 นาที เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นมากพอสำหรับการออกกำลังกาย

ข้อดี

ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

– ช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของหัวใจ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจดีขึ้น

– ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น และตื่นตัวพร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่

– ช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

– อากาศในช่วงเช้าจะสดชื่น และมีมลพิษน้อยกว่าในช่วงอื่น อีกทั้งแสงแดดในตอนเช้ายังมีประโยชน์กับร่างกายอีกด้วย

– มีสมาธิในการออกกำลังกายมากกว่าเพราะมีสิ่งรบกวนน้อย

– สามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายในช่วงเช้าจะเป็นสิ่งแรกที่ทำในแต่ละวัน แตกต่างจากช่วงเวลาอื่นที่อาจจะมีกิจกรรมอื่น ๆ มาแทรกทำให้ไม่สามารถออกกำลังกาย

ข้อเสีย

หากพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้ยิ่งอ่อนเพลียยิ่งกว่าเดิม

– ทำให้ตับทำงานอย่างหนัก เพราะในช่วงการนอนหลับ ตับก็ยังคงทำงานอยู่ เมื่อตื่นนอนเราจะไม่มีพลังงานเหลือเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย และตับก็จะดึงสารอาหารที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ตับทำงานตลอดเวลาไม่มีการหยุดพักร่างกายจะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดน้อย ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถออกกำลังกายได้เต็มที่ และมีโอกาสบาดเจ็บได้มากกว่าลองเลือกการออกกำลังกายแบบโยคะ หรือการออกกำลังกายแบบเบาๆ ช่วยลดอาการบาดเจ็บ

 

  1. การออกกำลังกายตอนกลางวันถึงบ่าย

ช่วงกลางวันและช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานอย่างเต็มที่ อุณหภูมิในร่างกายเป็นปกติ และการทำงานของร่างกายฟื้นตัวจากการพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว หากต้องการจะออกกกำลังกายในช่วงนี้ควรจะจัดสรรเวลาให้ดี และควรควบคุมการรับประทานอาหารหลังจากออกกำลังกายให้ดีเพื่อไม่ให้ทานเยอะจนเกินไป

ข้อดี

 ร่างกายมีระดับฮอร์โมน และการไหลเวียนที่สูงกว่าในช่วงเช้า ซึ่งอยู่ในระดับปกติ ทำให้สามารถออกกำลังกายได้มาก

– ช่วยลดความอยากอาหารในมื้อกลางวัน และมื้อเย็นได้ นอกจากนี้ยังไม่ทำให้กินจุบจิบอีกด้วย

– ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า หลังจากการทำงานในช่วงเช้า

– ลดอาการง่วงเหงาหาวนอนในช่วงบ่ายได้ดี และช่วยผ่อนคลายความเครียด

– มีการศึกษาพบว่า ระบบการหายใจในช่วงบ่ายจะทำงานได้ดีกว่าในช่วงอื่นๆ ของวัน

ข้อเสีย

ในช่วงเที่ยง ระบบการหายใจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจะทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลง 15 – 20 %

– ในช่วงเที่ยงมีเวลาจำกัดจึงทำให้ออกกำลังกายได้ไม่เต็มที่ และช่วงบ่ายอาจมีภารกิจที่เข้ามาแทรกทำให้การออกกำลังกายน้อยเกินที่ควรจะเป็น

– ในช่วงเที่ยง เหมาะสำหรับการออกกำลังกายในที่ร่ม เช่น เต้นแอโรบิค หรือในช่วงบ่าย แสงแดดไม่ทำลายผิวสามารถขี่จักรยาน

และตีแบดมินตันกันได้ทั้งครอบครัว

 

  1. การออกกำลังกายตอนเย็นถึงค่ำ

ช่วงเวลายอดนิยมของคนทำงาน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาหลังจากการทำงาน สามารถใช้เวลากับการออกกำลังกายได้เต็มที่เพื่อให้การออกกำลังกายในช่วงเย็นถึงค่ำได้ผลยิ่งขึ้น ในขณะออกกำลังกาย และหลังจากออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายเป็นปกติ และไม่ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย นอกจากนี้หลังจากออกกำลังกายแล้ว ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 – 6 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลได้ และจะทำให้หลับได้สนิทมากขึ้น

ข้อดี

โดยทั่วไปคนเราจะมีอุณหภูมิและฮอร์โมนในร่างกายสูงที่สุดก็ในช่วง 18.00 น เป็นต้นไป ทำให้สามารถออกกำลังเต็มประสิทธิภาพ

– ความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บน้อย

– มีพลังงานในการออกกำลังกายมากกว่าช่วงอื่นๆ เพราะระหว่างวันได้รับประทานอาหารเข้าไปอย่างเพียงพอ

– ช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน

– ช่วยลดความอยากอาหารในมื้อเย็นได้ ทำให้ไม่รับประทานมากจนเกินไปในช่วงเย็น

ข้อเสีย

การออกกำลังกายในช่วงนี้จะทำให้ร่างกายตื่นตัว และทำให้นอนหลับได้ยาก ส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมน และนาฬิกาชีวิต

– ร่างกายจะเผาผลาญไขมันสะสมได้ช้า เพราะพลังงานทั้งหมดที่จะต้องใช้ในการเผาผลาญไขมันจะถูกใช้ไปกับการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายจะต้องใช้เวลานานขึ้นในการเผาผลาญให้ถึงระดับของไขมันสะสม

– การว่ายน้ำที่คอนโดมิเนียม หรือการเต้นแอโรบิคภายในบ้าน เป็น 2 กิจกรรมยอดฮิตของคนวัยทำงาน ที่มักจะทำในช่วงเวลากลางคืน

จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้เลยว่า การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ก็สามารถทำได้หมด ขึ้นอยู่กับเวลาของคุณ เพราะการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี หากคุณสามารถทำได้ทุกวัน หรือสัปดาห์ละ 3 – 5 วัน ก็จะช่วยให้ร่างกาย และรูปร่างของคุณดีขึ้นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

sbobet   fifa55

คาสิโนปอยเปต | ดูบอลผ่านเน็ตฟรี | เว็บแทงบอล168